Etc.
โลกไร้เงินสดจะสมบูรณ์แค่ไหน ถ้าเราไม่ต้องพกแม้แต่มือถือหรือกระเป๋าตังค์?
25 มี.ค. 2568
The Futurist
Face Payment – เทคโนโลยีเปลี่ยนใบหน้าคุณให้กลายเป็นกระเป๋าสตางค์
ลองนึกภาพว่าตัวเองกำลังเดินเข้าร้านกาแฟในเช้าวันจันทร์ที่รีบเร่ง ไม่ต้องควักโทรศัพท์มือถือสแกน QR Code ไม่ต้องหยิบบัตรเครดิต แค่ยืนเฉย ๆ หน้ากล้อง ระบบจะตรวจสอบตัวตนของคุณ — แล้วจ่ายเงินให้เสร็จสรรพ
...ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแค่แนวคิดล้ำยุคอีกต่อไป แต่เป็นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริงแล้วในหลายประเทศ
โดยมีชื่อเรียกว่า “Face Payment” ระบบชำระเงินที่ใช้แค่ “ใบหน้า” จากที่เราเคยต้องพกเงินสด → บัตรเครดิต → มือถือ วันนี้…เราอาจไม่ต้องพกอะไรเลย นอกจากตัวเอง
Face Payment คืออะไร?
Face Payment คือ ระบบที่ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ยืนยันตัวตนและอนุมัติการชำระเงิน โดยระบบจะจับภาพใบหน้าของคุณ เปรียบเทียบกับข้อมูลที่บันทึกไว้ และตัดเงินจากบัญชีที่เชื่อมต่อไว้โดยอัตโนมัติ
ไม่มี QR Code ไม่มี PIN ไม่มีแม้แต่การแตะหน้าจอ มีแค่คุณกับกล้อง
เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังระบบชำระเงินสุดล้ำนี้ คือ
Facial Recognition – จดจำอวัยวะส่วนต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น ดวงตา โหนกแก้ม ปาก แล้วสร้างเป็น Faceprint เฉพาะบุคคล เป็นต้น
Liveness Detection – ตรวจสอบว่าตัวตนว่าเป็น “คนจริง” ไม่ใช่ภาพหรือวิดีโอปลอมแปลง ด้วยการขอให้ขยับศีรษะ กระพริบตา หรือ ยิ้ม
Biometric Tokenization – ระบบจะแปลงข้อมูลใบหน้าเป็นโค้ด (Token) ที่ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นภาพเดิมได้
Digital ID Integration – เชื่อมโยงกับ Digital ID เช่น My Number ของญี่ปุ่น หรือ National Digital ID (NDID) ของไทย เป็นต้น
Edge AI + Cloud – ผสมผสานระบบการประมวลผลที่อุปกรณ์ปลายทางและระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มความเร็วและความปลอดภัย
โลกกำลังใช้จริงแล้ว
ประเทศ | การใช้งาน | ตัวอย่าง |
ญี่ปุ่น | ร้านค้า สนามบิน รถไฟ | NEC, Panasonic, PayPay |
จีน | KFC, โรงพยาบาล, ห้าง | Alipay “Smile to Pay”, WeChat Pay |
สหรัฐฯ | ร้านอาหาร | PopID |
เกาหลีใต้ | โครงการนำร่อง Smart City | เชื่อมกับ Digital ID |
รัสเซีย | รถไฟใต้ดิน | Face Pay |
คาซัคสถาน | รถบัส | ระบบเช็กอินด้วยใบหน้า |
ประเทศเหล่านี้เริ่มทดลองใช้ Face Payment กับบริบทที่ต้องการความเร็ว ความปลอดภัย และความแม่นยำสูง ตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงระบบขนส่งมวลชน
ทำไมหลายประเทศถึงจริงจังกับเรื่องนี้?
เร็ว และสะอาด – ลดการสัมผัสรับเทรนด์ใส่ใจสุขอนามัยมากกว่าที่เคยหลังเกิดโรคระบาดโควิด - 19
ไม่ต้องจำรหัส ไม่ต้องพกอุปกรณ์ – สะดวกสบาย และลดปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางประเทศ
เข้าถึงง่าย – ทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการไม่ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่บ่อย ๆ
Face Payment จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นคำตอบใหม่ของโจทย์เก่าที่เรียกว่า "ความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน"
อย่างไรก็ตาม...ยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับ Face Payment?
ระบบที่ใช้จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพ หรือ Biometric ปลอดภัยพอหรือยัง?
ความสามารถและความแม่นยำของระบบตรวจสอบใบหน้าอยู่ในระดับไหน?
ใครควรเป็นผู้ดูแลข้อมูลใบหน้าเรา?
มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ผู้ใช้งานหรือไม่ อย่างไร?
Face Payment ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันโยงถึงสิทธิส่วนบุคคล ความมั่นคงทางข้อมูลและความเชื่อมั่นต่อระบบ ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ Face Payment ยังมีความท้าทายและคำถามที่ผู้พัฒนาระบบต้องตอบ
แล้วประเทศไทยล่ะ?
ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบพื้นฐานด้านไอทีหลายอย่างที่พร้อมต่อยอดการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Face Payment เช่น NDID, Electronic Know Your Customer (e-KYC), และพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับระบบการชำระเงินออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังขาดโครงสร้างสำคัญ เช่น
ระบบ Digital ID ที่เชื่อมกับระบบ Biometics
กฎหมายที่ใช้ในการกำกับดูแลการจัดเก็บและใช้ข้อมูลใบหน้า
กลไกสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย
หากมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้ให้บริการเทคโนโลยี... ประเทศไทยอาจเริ่มใช้ระบบ Face Payment ได้จริงในบางพื้นที่ อาทิ สนามบิน โรงพยาบาล หรือ Smart City ได้ในอนาคตอันใกล้
แล้วทางเลือกอื่นเมื่อเทียบกับ Face Payment ล่ะ?
แน่นอนว่า Face Payment ไม่ใช่คำตอบเดียวในโลกการเงินยุคใหม่ แต่เป็นคำตอบที่เร็ว และ “เบาที่สุด” สำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีสำหรับการชำระเงิน
เทคโนโลยี | วิธีใช้ | จุดเด่น | จุดด้อย |
Palm Payment | สแกนฝ่ามือ | แม่นยำสูง | ต้องสมัครก่อนใช้ |
Voice ID | ยืนยันด้วยเสียง | เหมาะกับ Voice Commerce | มีปัญหาเสียงรบกวน |
Iris Scan | สแกนม่านตา | ปลอดภัยมาก | รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติสำหรับบางคน |
Mobile Biometrics | มือถือสแกนใบหน้า/นิ้ว แล้ว tap | ใช้แพร่หลาย | ยังต้องพกอุปกรณ์ |
เราจ่ายด้วยใบหน้า แต่อาจเสียมากกว่าที่คิด
Face Payment ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง — เร็วกว่า สะดวกกว่า และแทบไม่ต้องพกพาอะไรเลย แต่สิ่งที่เรา "จ่าย" อาจไม่ใช่แค่เงินในบัญชี แต่อาจเป็นข้อมูลส่วนตัวที่เราควบคุมไม่ได้อีกต่อไป
ในวันที่ใบหน้ากลายเป็นรหัสผ่าน
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าระบบรู้ว่าเราเป็นใคร
แต่คือ…ใครเป็นคน “ควบคุม” ความรู้นั้น
ความสะดวกอาจเป็นของฟรี
แต่ความไว้ใจ…ไม่เคยฟรี