CTRL+Future
4 เทคนิคการบริหารเงินให้เกษียณได้ก่อนวัย มีเงินใช้ตลอดชีวิต
28 ส.ค. 2568
The Futurist
อิสรภาพทางการเงินและการเกษียณก่อนวัย ดูเป็นความฝันที่ใครหลายคนคิดว่าไกลเกินเอื้อม แต่ ‘กวี ชูกิจเกษม’ นักลงทุนสาย VI แนวหน้าของไทยบอกว่าจริงๆ แล้ว อิสรภาพทางการเงินนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เราเคยคิด และบางทีเราอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับคอนเซปต์ของการมีเงินใช้ตลอดชีวิตอยู่ก็ได้
ตั้งแต่เริ่มงานแรก กวีเป็นอีกคนที่ตั้งเป้าหมายแน่ชัดอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือเขาอยากเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่มีคนฟัง อย่างที่สองคือเขาอยากมีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุ 45 ปี และเขาก็ทำสำเร็จเสียด้วย
เขาลงทุนกับอะไร เราจะเกษียณก่อนวัยอันควรได้ยังไง แล้ววิธีคิดแบบไหนที่จะทำให้เราบริหารงานเงินจนสามารถมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต เราขอสรุปความคิดของกวีออกมาเป็น 4 ข้อสั้นๆ ดังนี้
1. ปรับทัศนคติเกี่ยวกับอิสรภาพทางการเงิน
อิสรภาพทางการเงินไม่ได้หมายถึงความรวย แต่คือการตอบคำถามว่า “เราจะใช้ชีวิตอย่างไรโดยไม่ให้เงินมาเป็นปัญหาในอนาคต”
กวียกประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมาว่า “หากเราไม่มีเงินเลย เราจะมีอิสรภาพทางการเงินได้ไหม” เขาแสดงความเห็นว่าหากคิดแบบสุดโต่ง เราก็สามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้ด้วยการไปขออาศัยอยู่ที่วัด เพราะฉะนั้น บางคนอาจเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว แต่มีบางอย่างที่เป็นอุปสรรคขัดขวางอยู่ เช่น ค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นที่เยอะเกินไป
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้คือ ‘ทัศนคติที่ดี’ ซึ่งสำคัญกว่าความรู้เสียอีก เช่น การตระหนักว่าการใช้บัตรเครดิตคือการสร้างหนี้ ฉะนั้นเราจะตั้งเป้าหมายว่าเดือนนี้จะไม่ใช้บัตรเครดิตเลย หรือหากมีที่ทำงานไกลบ้าน เราก็อาจไม่สร้างหนี้เพิ่มด้วยการซื้อรถ แต่หาวิธีการเดินทางอื่นๆ ที่ประหยัดหรือย้ายไปเช่าหอพักที่ทำงาน เป็นต้น
2. ทำตัวเองให้ปลอดหนี้และป้องกันความเสี่ยง
สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งตกม้าตายเรื่องการบริหารเงินคือ ‘หนี้’ ฉะนั้นการไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐ
กวีเตือนว่า รายได้จะมาพร้อมกับหนี้ เพราะหากเรามีรายได้เมื่อไหร่ ธนาคารจะรู้ข้อมูลของเราทันที และเมื่อธนาคารมีข้อมูลนี้ เราก็อาจติดกับดับการเป็นหนี้ได้
จุดเริ่มต้นของอิสรภาพทางการเงินคือการปลอดหนี้ อีกอย่างคือป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ซื้อประกันให้พ่อแม่เนิ่นๆ ตั้งแต่ตอนที่พวกท่านยังไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจะสูญเงินรักษาจำนวนมาก
3. อย่าเริ่มลงทุนถ้ายังไม่มีความรู้
จะลงทุนกับอะไร เราต้องมั่นใจว่าเก่งในสนามนั้นเสียก่อน
กวียกตัวอย่างไว้อย่างน่าสนใจว่า เขาเปรียบการลงทุนกับจักรยาน
“รถจักรยานคันหนึ่งมีตะกร้าใส่กับข้าว ถ้าเราให้แม่บ้านคนหนึ่งขับไปตลาด ขับได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราเอาจักรยานคันเดียวกันนั้นไปให้ทีมชาติขับแล้วขับขึ้นเขา คุณคิดว่าเขาจะขับไปถึงได้เร็วกว่าหรือมั่นคงกว่าแม่บ้านไหม แน่นอนว่าเขาต้องเร็วและก้าวข้ามอุปสรรคได้ง่ายกว่า
“ทริคในการบริหารเงินก็เหมือนกัน หุ้นก็เหมือนจักรยาน หุ้นในตลาดเดียวกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยแต่ทำไมบางคนประสบความสำเร็จ บางคนล้มเหลว คีย์เดียวคือคุณรู้ไม่เท่าเขา คุณเก่งไม่เท่าเขา คุณฝึกไม่เท่าเขา คุณเรียนไม่เท่าเขา”
“ผมชอบฟังเพลงนายไข่เจียว ของ เฉลียง ที่ร้องว่า ทำเป็นอย่างเดียวไข่เจียวนั้นง่ายทำบ่อย ตอนฟังแรกๆ ก็รู้สึกเขาร้องเพี้ยนจัง แต่เพลงนี้มันมีเมสเสจซ่อนอยู่ข้างในว่า ดี้ (นิติพงษ์ พ่อนาค) เขาบอกว่าเขาเก่งอย่างเดียวคือการแต่งเพลง เขาไม่เก่งร้องเพลงไง จะให้เขาร้องทำไม เขาเลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบกับการทำไข่เจียวเป็นอย่างเดียว”
4. ไม่จำเป็นต้องลงทุนก็มีอิสรภาพทางการเงินได้
เราลงทุนกับหุ้นได้หากมีความรู้ที่แข็งแรงพอ
ในขณะเดียวกัน การพักเงินไว้ในตราสารหนี้ ธนบัตรรัฐบาล หรือกองทุนรวม ก็สามารถทำให้คนสักคนมีอิสระทางการเงินได้เหมือนกัน
เราถนัดกันคนละเรื่อง คนที่ลงทุนกับหุ้นไม่ขึ้นอาจลงทุนกับสินทรัพย์อื่นๆ แล้วไปได้ดีก็ได้
สิ่งสำคัญที่กวีอยากจะย้ำเตือนคือ เงินที่ลงทุนต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น ไม่ใช่เงินร้อนที่ต้องรีบใช้
เพราะการลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้หรือเสีย
ฉะนั้น ก่อนจะลงทุนอะไร อาจต้องคำนวณว่าต้องเก็บเงินเท่าไหร่เพื่อที่จะได้เงินเย็นไปลงทุน
“มันใช้เวลา ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ ถ้าอายุถึง 60 แล้วไม่ต้องลงทุนเลย แต่คุณขยัน ประหยัด อดทน มีเงินสำรองฉุกเฉินที่ไม่เคยเอาออกมาใช้สักบาท แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน” ชายหนุ่มที่มีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุ 45 ปีฝากไว้
ก่อนจบบทสนทนา กวีทิ้งท้ายหนังสือ 3 เล่มที่คนอยากเก่งเรื่องการเงินการลงทุนควรอ่าน
1. Buffetology - เป็นหนังสือเรื่องการลงทุนแนว VI ที่ดีมาก
2. Phychology of Money - ถ้าอยากเปลี่ยนสันดานทางด้านการเงิน ให้อ่านเล่มนี้
3. Sapiens: A Brief History of Humankind – เข้าใจชีวิตและตัวตนของมนุษย์ดีที่สุดว่าทำไมเราถึงมีพฤติกรรมแบบที่เป็น และเราจะทำยังไงให้เรายังควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้และสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้