What really is 5G? Besides, faster internet speed.

317
5G network wireless systems and Smart city communication network and using smartphone, connect global wireless devices.

การมาของ 5G ไม่ใช่แค่ทำให้เน็ตในมือถือของคุณเร็วขึ้น 

หลายคนคงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการมาถึงของ 5G ในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึง กลายเป็นกระแสพูดถึงไปทั่วโลก จากการเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ลุกลามจนกลายเป็นปัญหาข้ามชาติ อย่าง สหรัฐหยิบยก กรณีของระบบโครงสร้างพื้นฐานของ 5G  ของ Huawei ขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการโจมตีประเทศจีน 

ทำไม 5G ถึงสำคัญขนาดนั้น จนถึงต้องขั้นเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ?

ย้อนกลับไปในยุคแรกของโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ปี 1982 มีคลื่นสัญญาณมือถือที่เรียกว่า 1G เกิดขึ้น ในเวลานั้นโทรศัพท์มือถือยังมีขนาดที่ใหญ่ และทำได้เพียงการสนทนาด้วยเสียงระยะไกลเท่านั้น จากนั้นต่อมาใน 2G ก็เข้ามามีบทบาทและทำให้เราสามารถส่งข้อความสั้นหรือ SMS ได้ จนกระทั้งจุดเปลี่ยนสำคัญ คือ ในช่วงต้นปี 2000 กับการมือถือ smartphone และ 3G ที่สามารถเปลี่ยนและเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ในหลายด้าน และพัฒนาเป็นช่องทางการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ smartphone เป็นช่องทางหลัก เรื่อยมาใน 4G ก็ปลดล็อคทำให้การเข้าถึงนั้นง่ายและเร็วขึ้น แต่การมาของ 5G นั้นจะถือว่าเป็นการปฏิวัติครั้งใหม่อีกครัง

แน่นอนว่าในด้านความเร็วของ 5G ในเร็วกว่า 4G ในระกับมากกว่าหลายสิบเท่า  ให้ความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุด 20Gbps หรือ 20,000 Mbps จนความเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้ความสนใจแต่อยากไร เพราะส่วนที่สำคัญหลักคือ ความเร็วในการตอบสนองนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 1ms หรือน้อยกว่า 0.001 วินาที และมีความเสถียรในการใช้งานสูงถึง 99.99% เปิดโอกาสให้การมาถึงของ 5G เป็นประยุกติ์ต่อยอดไปสู่โลกในอนาคต

5 การประยุกติ์ใช้งาน 5G ที่จะเปลี่ยนสิ่งที่เราเคยเชื่อลงไปได้

  1. Internet of things in smart home

หลังจากอยู่เพียงแค่ในหนัง Sci-fi มาหลาย 10 ปี ในที่สุดวันที่ internet of thing ภายในบ้าน อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสิ่งต่างๆภายในบ้างของเราจะสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง 5G  ทำให้ผู้ใช้อย่างเราๆสามารถสั่งงานและควบคุมอุปกรณ์ดังกล่าวได้จากถูกที่โดยมีความแม่นยำสูง นอกจากนี้ในแง่ของ smart home จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยในครัวเรือน เปลี่ยนไปอย่างมาก อุปกรณ์ภายในบ้านสามารถสื่อสารกับเราได้โดยตรงไม่ว่าจะเป็น การแจ้งเตือน ที่จะลดปัญหาการหลงลืม ที่จะช่วยอำนวยความสดวกให้การใช้ชีวิตประจำวันเราง่ายขึ้นอีก

2.  Self driving car – connected automotive

ด้วยการเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายขนาดใหญ่อย่าง 5G ทำให้ทุกเทคโนโลยี ในตัวรถสามารถเชื่อมถึงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ software, ระบบเซ็นเซอร์ การสื่อสารระหว่างกันของรถ และการเชื่อมต่อสู่ระบบ sever ขนาดใหญ่ที่ดูแลความปลอดภัย สถานะการบนถนน ระบบหลีกเลี่ยงการชน และการช่วยจอดเป็นต้น โดยการเข้ามาของเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับนี้ จะมีส่วนสำคัญในการลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุตามท้องถนน ซึ่งจากมักเกิดจากผู้ขับที่มีความไม่พร้อมในการขับรถ อย่างเช่น การอยู่ในภาวะง่วงซืม หรือมึนเมา อีกทั้งยังช่วยให้คนที่ไม่มีทักษะในการขับรถ หรือกลุ่มผู้สูงอายุสามารถเดินทางด้วยตัวเองง่ายขึ้น รวมถึงการดูแลผ่าน ระบบ server กลางจะทำให้ลดการจราจรที่ติดขัด เพราะรถทุกคันจะมีการสื่อสารถึงกันมีการเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบ

3.  Critical control robot

หากการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนสูง ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปใช่บริการในโรงพยายบาลใหญ่ หรือต้องเดินทางข้ามประเทศเผื่อไปหาหมอชื่อดัง แต่คุณหมอสามารถผ่าตัดทางไกลให้กลับคุณผ่านเครื่องมือ หุ่นยนต์ในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณได้ สิ่งนี้เองก็มาพร้อมกับการมาถึงของ 5G เนื่องจากความเสถียรและความเร็วยในการตอบสนอง สามารถทำให้แพทย์ หรือหมอผู้ทำการผ่าตัด บริการคนไข้ตามที่ต่างๆทั่วโลกโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานที่ดังกล่าว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการสูญแสเวลาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ลงไปได้

4.   Cloud VR / AR

ด้วยเทคโนโลยีอย่าง Augmented reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัฐในการช่วยสร้างประสบการณ์ในโลกเสมือน และมีโอกาสที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเราโดยไม่รู้ตัว ด้วยการมาถึงของ 5G ที่มีความเสถียรและความเร็วที่สูงมาก จะทำให้อุปกรณ์ VR AR สามารถเชื่อมต่อและดาวโหลดข้อมูลอย่างภาพสำหรับโลกเสมือนที่มีความและเอียดของภาพ และความชัดเจน ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยี computer graphic ที่มีการพัฒนาไปมากแล้ว อนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นโลกใน layor ที่ 2 ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การรับรู้ของเราใหม๋

5.  Connected energy

จากบรรดาตัวอย่างที่กล่าวมา การเชื่อมโยงด้านพลังงานด้วยระบบ 5G อาจจะฝังดูเป็นเรื่องไกลตัวผู้อ่านมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีนี้เองก็จะเข้ามามีบทบาทที่สำคํญของการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างที่ทราบกันว่าโลกของเรากำลังเดือนไปในทิศทางของการใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบินไฟฟ้า ซึ่งในยุคก่อนผู้ผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่การมาถึงของ 5G จะทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นผู้ผลิตและขายไฟฟ้าได้ ผ่านโครงข่ายอินเทอเน็ต อย่างการติด solar rooftop ก็สามารถผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในบ้านและส่วนที่เหลือสามารถทำไปขายต่อได้

จากที่ตัวอย่างทั้ง 5 กรณีในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้  ยังมีเทคโนโลยีอีกมากที่ 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการก้าวข้ามทางด้านเทคโนโลยี เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในกุญเเจสำคัญที่จะเข้ามา “Unlock” หรือปลดล็อคศักยภาพของการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งผลพวงที่ตามมา คือ การทะลักเข้ามาของข้อมูลมหาศาลจากหลากหลายช่องทั้ง อุปกรณ์ smart device ภายในบ้าน รถ หรือที่อยู่รอบตัวของเรา เกิดเป็นการเก็บจำนวนและชุดข้อมูลที่มหาศาลขึ้นอีกหลายเท่า และส่วนนี้เอง ที่สร้างความกังวลให้กับนาๆประเทศ

โดยความกังวลส่วนใหญ่จะตกอยู่กับ ผู้บริการด้านการวางโครงสร้างโครงข่าย 5G หากบริษัทดังกล่าว มีการลักลอบติดตั้งระบบ Back door หรือประตูหลังในการแอบดึงข้อมูลลูกค้าอย่างไม่ถูกต้อง และสำหรับในแต่ละประเทศ ความกังวลก็จะยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้น เพราะหากข้อมูลประชากรของคนในประเทศ ถูกลังลอบดักจับข้อมูลส่งกลับไปประเทศต้นทางของบริษัทวางโครงข่าย คงเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการลังลอบโจมตี หรือมีผลกระทบของชาติโดยตรง

ในฐานะผู้ใช้ความกังวลดังกล่าวอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงหากมีการลักลอบดึงข้อมูลจริง นั้นหมายความว่าคุณกำลังถูกละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

ดังนั้น การติดตามความสารความคืบหน้าของ 5G อย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้มีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมถึงสามารถใช้งานศักยภาพของ 5G  ได้อย่างเต็มที่นอกเหนือจากแค่ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น

 

บทความก่อนหน้านี้Who should take responsibility to monitor fake news?
บทความถัดไปEverything you need to know about hong kong protests
Avatar
นักธุรกิจ Futurist อดีตนักเรียนทุนประเทศญี่ปุ่น มีความหลงไหลในการพัฒนาธุรกิจด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ในขณะเดียวกันต้องสร้างผลในเชิงบวกให้แก่สังคม และสิ่งแวดล้อม