Micro plastic, the human self-destructive

328

“Microplastic” หนึ่งในภัยร้ายใกล้ตัวผลพวงจากปัญหาขยะพลาสติก ที่กำลังย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราและลูกหลาน เริ่มต้นช่วยกันแก้ไขกันตั้งแต่วันนี้ก่อนมันจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว 

ไมโครพลาสติก (Microplastic) เป็นเม็ดหรือเศษขยะพลาสติกที่มีขนาดเล็กที่สุดตั้งแต่ 1 นาโนเมตร ถึง 5 มิลลิเมตร หรือราวๆ 5,000 ไมครอน เกิดมาจากพลาสติกต่างๆ ที่เป็นขยะของเสียที่ถูกใช้ในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม เช่น เม็ดบีดส์ เม็ดสครับในเครื่องสาอางและยาสีฟัน หรือมาจากขยะพลาสติกที่กล่อนเป็นชิ้นขนาดเล็ก แม้กระทั้งใยจ้างผ้าบางชนิด

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาไมโครพลาสติกได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในมหาสุทร มีการเจือพบของไมโครพลาสติกเหล่านี้อยู่ในน้ำทะเล อีกทั้งไมโครพลาสติกเหล่านี้ สามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล เมื่อเวลายิ่งผ่านไปก็จะทำให้มีการเจอปนสารพิษได้สูงขึ้น การเจือปนของไมโครพลาสติกนั้นล้วนเป็นอัตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสัตว์น้ำในทะเล  

ผลกระทบของ microplastic เริ่มย้อนเข้ามาใกล้ตัวเรามาอีกอย่างที่ได้เห็นจากข่าวการตายของน้องมาเรียม จากผลการผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายของมาเรียม พบว่าเจอเศษขยะพลาสติกขนาดเล็กอยู่ในท้องหลายชิน จนมีอาการอักเสบและอุดตันในลำไส้ ทำให้มีแก๊สสะสมอยู่ในทางเดินอาหาร ติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต น้องจากนี้จากข่าวล่าสุด ก็ยังการพบไมโครพลาสติกในท้องของปลาทู ในบริเวณจังหวัดตรัง ซึ่งจากรายงานข่าวไทยรัฐพบว่า “ปลาทูขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 66.53 กรัม ความยาวมาตรฐานเฉลี่ย 17.46 เซนติเมตร มี ไมโครพลาสติกในกระเพาะของปลาทูเฉลี่ย 78.04 ชิ้นต่อตัว ประกอบไปด้วยลักษณะที่เป็นเส้นใย แท่งสีดำ และกลิตเตอร์ ซึ่งลักษณะของไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดคือ ชิ้นสีดำ ด้วยค่าร้อยละ 33.96”

จากข่าวดังกล่าวเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจาก mircoplastic ซึ่งสามารถจัดแบ่งกลุ่มออกได้เป็น 3 ผลกระทบหลักสำคัญ

  • ผลกระทบต่อสัตว์ทะเล

ในระบบนิเวศทางทะเล มีสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลจำนำมากที่กินแพลนตอนหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเป็นอาหาร ร่วมถึงสัตว์จำพวกเต่าทะล พยูน และปลาก็จะกินพืช หรือหญ้าทะเลเป้นอาหาร แต่ด้วยปริมาณ microplastic ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและแพร่กระจายไปตามที่ต่างๆในมหาสมุทรทำให้บ่อยครั้งสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถแยกได้ระหว่าง อาหารตามธรรมชาติจริง กับเศษขยะพลาสติก หรือ microplastic เมื่อกินเข้าไปในร่างกายจะส่งผลสู่ระบบการทำงานของร่างกายโดยตรง ตั้งแต่การอุดตันทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื่อในลำไส้ รวมถึงอาจจะส่งผลต่อการสืบพันธุ์ การเติบโตหยุดชะงัก และตายในที่สุด

  • ผลกระทบจากสารเคมีปนเปื้อน

Microplastic เมื่อเวลาผ่านไปมีโอกาสสูงที่จะสามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเล ดังนั้นยิ่งอยู่ในน้ำทะเลนาน ไมโครพลาสติกจะมีความเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้น เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและอาจเป็นเส้นทางในการขนส่งสารเคมีที่เป็นอันตรายไปยังพื้นที่ต่างๆในมหาสมุทร เพราะจากงานวิจัยพบว่า เป็นที่น่าตกใจที่หลายคร้ังขยะพลาสติกหรือ microplastic เหล่านี้ มีเส้นทางการเดินทางที่ไกลถึงบริเวณที่ไม่มีแม้แต่มนุษย์อยู่อาศัยได้ ตามเกาะร้างกลางทะเลในที่ต่างๆทั่วโลก รวมถึงพื้นที่บริเวณขั่วโลก ทำให้สารพิษที่ปนเปื้อนเหล่านี้ถูกแพร่กระจายออกไปได้

  • ผลกระทบต่อมนุษย์ผู้บริโภค

จากการปนเปื้อนของสารพิษใน microplastic เป็นเหตุให้โอกาสที่สารพิษเหล่านั้นจะกลับเข้ามาสู่มนุษย์มีความเป็นไปได้สูง เกิดจากสิ่งมีชีวิตตั้งแต่ต้นห่วงโซ่อาหารอย่าง เช่นแพลงตอนสัตว์ในทะเล มีความเสี่ยงที่จะได้รับพลาสติพิษเหล่านี้เข้าไปจนมีการปนเปื้อนอยู่ในกระแสเลือด และเมื่อสายใยห่วงโว่อาหารนี้มีการกินสัตว์เหล่านี้ต่อกันมาเรื่อยๆเท่ากับว่าจะมีการรับสารเคมีตกค้างเหล่านี้ไว้ จนสิ่งมีชีวิตสุดท้ายในห่วงโซ่อาหารอย่างเช่นมนุษย์ก็อาจได้รับสารพิษตกค้างเหล่านี้จากการรับประทานเข้าไป เพราะไมโครพลาสติกที่มีขนาดเล็กมากจะสามารถผ่านผนังเซลล์ได้ นอกจากนี้มีนักวิจัยนำเสนอความเป็นไปได้ว่าอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้อาจโดนลมพัดและล่องลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ปอดของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นเหมือนมลภาวะทางอากาศเช่นเดียวกับไอเสียจากรถยนต์

ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง ทั้งโอกาสการเป็นมะเร็ง การลดสมรรภาพการสืบพันธุ์ หรืออาหารเป็นพิษอย่างร้ายแรงได้

การแก้ไขปัญหาขยะ microplastic

ขยะทางทะเลโดยเฉพาะปัญหา Microplastic ในมหาสมุทรจัดเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก โดยการแก้ไขปัญหาเช่นนี้ไม่สามารถขึ้นอยู่กับบุคคลหรือองค์กรเพียงบางองค์กรเท่านั้น แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เริ่มตั้งแต่การให้ความรู้ตั้งแต่ในระดับบุคคล ประชาชนทั่วไป ไปจนถึงความร่วมือระหว่างประเทศ

การแก้ไขปัญหามลพิษของไมโครพลาสติกนั้น จะต้องมุ่งไปแก้ตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา นั้นคือ ลดการใช้ขวดน้ำดื่ม เครื่องใช้ และถุงพลาสติก ที่เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพราะขยะประเภทนี้มักจะถูกใช้เพียงเพื่ออำนวยความสำดวกเพียงครั้งเดียวและจะกลายเป้นขยะในทันที ทำให้เป็นขยะพลาสติกชนิดจะพบมากที่สุด แต่ก็มีโอกาสที่จะลดใช้ได้ง่ายมากที่สุดเช่นกัน การลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และลดโอกาสการเกิด microplastic ได้มากที่สุด

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของการลดปัญหาพลาสติกหรือลดการเกิด microplastic นั่นคือ การ recycle โดยทั่วไปแล้วพลาสติกจะนำกลับมาใช้ใหม่โดยการให้ความร้อนและละลายแล้วนำไปขึ้นรูปเป็นพลาสติกใหม่ แต่ก็ต้องมีการเพิ่มสารเคมีอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงความยืดหยุ่นหรือความทนทานของผลิตภัณฑ์ ทำให้ยากต่อการรีไซเคิลและลดคุณภาพของพลาสติกรีไซเคิล ดังนั้นวิธีนี้จึงยังเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ดี 

เฉพาะฉนั้นการได้รับความร่วมมือและให้ความสำคัญจากทุกคนและทุกฝ่าน ในการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว รวมถึงการระมัดระวังในการเลือกวิธีทิ้ง จะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมากที่สุด

Reference

https://www.unenvironment.org/resources/report/microplastics

https://www.ejan.co/news/5d5790a568cca

https://www.thairath.co.th/news/society/1657491

https://www.scientificamerican.com/article/solving-microplastic-pollution-means-reducing-recycling-mdash-and-fundamental-rethinking1/

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/840862