Everything you need to know about hong kong protests

87
Hong Kong, Сhina - September 29, 2014: Students and people asking for a real Democracy in Hong Kong. Pro-democracy demonstrators hold up their mobile phones during a protest near the Hong Kong government headquarters on September 29, 2014

หลังจากที่ประเทศฮ่องกงตกอยู่ในสภาวะการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่ จนกลายเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองแล้ว ก็คงจะทำให้หลายคนเกิดความสงสัยไม่น้อยว่า เพราะเหตุใดประเทศที่มีความเสรี มีความสงบสุข ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ได้ เพราะฉะนั้น เราจะมารื้อต้นตอและศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศฮ่องกงแบบละเอียด รวมถึงวิเคราะห์ทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าท้ายที่สุดแล้วประเทศฮ่องกงจะกลับมาสงบสุขเฉกเช่นเดิมได้หรือไม่

Timeline 

  1. ต้นตอของปัญหาการประท้วงใหญ่ในฮ่องกง 
  • รัฐบาลฮ่องกงได้ดำเนินการ “ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่” ซึ่งในกฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นการอนุญาตให้ทางการฮ่องกงส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างกัน นับว่าเป็นกฎหมายที่จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลจีนเข้ามามีอำนาจแทรกแซงและจัดการกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลจีน เพราะหากลองศึกษาลักษณะโดยทั่วไปของประเทศฮ่องกงแล้ว จะพบว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจีนหลบหนีมาอยู่มากที่สุด การแก้ไขกฎหมายก็เปรียบเสมือนการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและลดปัญหาอาชญากรข้ามชาติอย่างเป็นทางการ 

Link 1 : https://workpointnews.com/2019/06/09/hongkong-protest-extradition-bill1/ 

Link 2 : https://www.thebangkokinsight.com/158712/

  1. ชนวนของปัญหาที่ทำให้คนฮ่องกงลุกขึ้นมาประท้วง  
  • สาเหตุที่คนฮ่องกงลุกขึ้นมาประท้วงในรอบหลายปี อันเนื่องมาจากการร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทางรัฐบาลฮ่องกงกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งหากกฎหมายดังกล่าวถูกบังคับใช้แล้วจะส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของคนฮ่องกงที่เป็นกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตย รวมถึง และยังเป็นการเปิดช่องโหว่ให้กับรัฐบาลจีนได้เข้ามาแทรกแซงอำนาจได้ https://www.bbc.com/thai/international-48840778
  • หากกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำเร็จ เสรีภาพของการแสดงออกทางการเมืองในฮ่องกงจะหายไป ไม่ว่าจะเป็น การแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน และสนับสนุนการปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยในประเทศฮ่องกง เพราะในขณะนี้ ประเทศฮ่องกงยังคงปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยรวมกับคอมมิวนิสต์อยู่ หากกฎหมายสำเร็จก็จะเป็นการปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์โดยรัฐบาลจีนอย่างเต็มตัว https://www.bbc.com/thai/international-48840778
  • ด้วยระบบการปกครองในฮ่องกง ที่เป็น 2 ระบบรวมกันนั้น ยังเป็นการผ่อนปรนให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมายจีนที่ได้เข้ามาลี้ภัยในประเทศฮ่องกงอยู่ แต่หากกฎหมายดังกล่าวถูกบังคับใช้ เหล่าคนที่กระทำการผิดกฎหมายจีน ก็อาจจะต้องถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนแทน ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่คนฮ่องกงไม่สามารถยินยอมได้ เพราะคนฮ่องกงส่วนมากก็คือคนจีนที่มาลี้ภัยอยู่ในประเทศฮ่องกงนั่นเอง ดังนั้น การคานอำนาจการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ และสนับสนุนให้ประเทศฮ่องกงเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มตัว จึงเป็นทางออกเดียวของคนฮ่องกงในขณะนี้ 
  1. สัญลักษณ์สำคัญ กับการใส่หน้ากากในการประท้วงในฮ่องกง 
  • สารสำคัญ กับการใส่หน้ากากที่เป็นการจุดชนวนการประท้วงอย่างเป็นทางการ และการแทรกแซงอำนาจของทางการจีนและรัฐบาลฮ่องกง ที่ต้องการให้มองภาพผู้ประท้วงว่ามีความรุนแรง และถือว่าเป็นอาชญากรที่ต้องดำเนินการให้เด็ดขาด https://anewspost.com/anonymous-message-to-the-people-of-hong-kong/?fbclid=IwAR1_75Jhoxr22UxXmSB_Kv1fxbixmjEnW4KA-UTXMpb_95FQpSqVMCuCm-s และ https://www.springnews.co.th/global/531936
  • ข้อสงสัย ตกลงแล้วผู้ประท้วงมีแค่ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย หรือยังมี “ใคร” ที่แฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ดังกล่าว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อันธพาลจ้าง” https://thematter.co/brief/chaotic-mob-in-hongkong/81179
  1. สถานการณ์การปะทะสำคัญในขณะนี้ กับการโต้ตอบด้วยเลเซอร์ของเหล่าผู้ชุมนุม 
  • การเริ่มต้นประท้วงของคนฮ่องกง เพื่อให้รัฐบาลยกเลิกร่างกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน 
  • การปะทะกันของทางรัฐบาลฮ่องกงและผู้ประท้วง โดยการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม 
  • ทางการจีนได้เข้ามาแทรกแซงโดยการให้ทหารเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้สูงมากกว่าเดิม
  • การโต้ตอบของเหล่าผู้ประท้วง โดยการใช้ปืนเลเซอร์ตอบโต้ เพื่อป้องกันเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า ที่ทางรัฐบาลได้นำมาใช้กับเหล่าผู้ประท้วง https://thematter.co/brief/brief-1564833600/82051
  • ทางรัฐบาลฮ่องกงได้เลื่อนการพิจารณากฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะถอดถอนร่างกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด 
  • ทางการจีนได้ออกมาส่งคำเตือนถึงเหล่าผู้ชุมนุมในฮ่องกงว่า “ผู้ใดที่เล่นกับไฟ ผู้นั้นจะได้รับอันตรายจากไฟ” พร้อมกับเรียกขานผู้ที่ชุมนุมอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นอาชญากร ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งหมดในฮ่องกง 
  • เหล่าผู้ประท้วงยังคงยืนกรานที่จะชุมนุมต่อไป เพื่อเป็นการกดดันรัฐบาลฮ่องกง ซึ่งผู้ประท้วงจะยอมสลายการชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะยอมถอดถอนร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงดำเนินคดีกับตำรวจในกรณีที่ใช้ความรุนแรงกับเหล่าผู้ประท้วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 
  1. ทิศทาง ที่น่าจะเป็นไปได้ 
  • หากประเทศฮ่องกง สามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ รวมถึงสามารถยกร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำเร็จ จะส่งผลต่อคนฮ่องกงโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุม เพราะถือว่ามีความผิดร้ายแรงตามระบอบการปกครองจีนคอมมิวนิสต์ ดังนั้น ผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมก็อาจจะถูกส่งไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนทันทีที่กฎหมายบังคับใช้อย่างเป็นทางการ 
  • หากเหล่าผู้ประท้วงสามารถผ่อนปรนการปกครองด้วยระบอบจีนคอมมิวนิสต์ออกไปได้ และสามารถทำให้ทางรัฐบาลฮ่องกงยกเลิกร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำเร็จ ก็จะทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีอิสระมากขึ้น ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์ทางรัฐบาลจีนได้อย่างเปิดเผยมากกว่าที่ผ่านมา ที่สำคัญคือ จะทำให้ประเทศฮ่องกงกลายเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มตัว
  • หากทางผู้ชุมนุมและรัฐบาลฮ่องกงยอมเดินกันคนละครึ่งทาง คือมีการใช้ร่างกฎหมายโดยเป็นธรรม และสามารถให้ผู้ที่กำลังเคลื่อนไหวทางการเมืองแสดงความคิดเห็น มีสิทธิ เสรีภาพได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่พอดี ก็อาจจะเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ และประเทศฮ่องกงก็จะสามารถยุติการประท้วงที่ยาวนานได้เช่นเดียวกัน

จากสถานการณ์ทางการเมืองของฮ่องกงนั้น นับว่าเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ไม่เพียงแต่มีผลกระทบภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่มีสันพันธไมตรีกับฮ่องกงด้วยเช่นเดียวกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือ หากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัวจะยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหาจนกลายเป็นปัญหาที่บานปลายขึ้นหรือไม่